ตรวจสอบเลขสารบบ อย. 13 หลัก และสถานะใบอนุญาตต้อง “คงอยู่” จริง : เกราะป้องกันด่านแรกเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือความถูกต้องตามกฎหมาย ผลิตภัณฑ์ต้องระบุเลข อย. ชัดเจน และเมื่อนำไปค้นหาในระบบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ชื่อผลิตภัณฑ์และชื่อผู้ผลิตต้องตรงกับหน้ากล่อง 100% สถานะต้องไม่ถูกยกเลิกหรือพักใช้ใบอนุญาต บทความนี้จะพาคุณไปเรียนรู้วิธีเช็ก อย. แบบละเอียด เพื่อให้คุณมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ทานเข้าไปมีความปลอดภัยไร้สารอันตราย
-
✓
ปราการด่านแรกของความปลอดภัย : เลข อย. 13 หลักบนกล่องผลิตภัณฑ์ไม่ใช่แค่ตัวเลขประดับ แต่คือหลักประกันทางกฎหมายที่ผ่านการตรวจสอบสารปนเปื้อน
-
✓
ข้อมูลต้องตรงกัน 100% : ชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อผู้ผลิต และรูปแบบผลิตภัณฑ์ในระบบฐานข้อมูล อย. ต้องสอดคล้องกับหน้ากล่องอย่างไร้ข้อกังขา
-
✓
สถานะต้อง “คงอยู่” : ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานะใบอนุญาตยัง active อยู่ และไม่ถูกระงับ พักใช้ หรือถูกเพิกถอนโดย อย.
ทำไมเลข อย. 13 หลัก จึงเป็นสิ่งแรกที่คุณต้องมองหาก่อนตัดสินใจซื้อคอลลาเจน?
ในยุคที่ตลาดออนไลน์เปิดกว้างและเต็มไปด้วยโฆษณาชวนเชื่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนับร้อยแบรนด์ การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ต้องนำเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคต้องใช้ความระมัดระวังเป็นทวีคูณ บ่อยครั้งที่เรามักพบเห็นสินค้าพรีออเดอร์นำเข้าจากต่างประเทศที่ไม่มีฉลากภาษาไทย หรือสินค้าโนแบรนด์ราคาถูกที่อ้างสรรพคุณเกินจริง ทว่ากลับไม่มีข้อมูลการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ของประเทศไทย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิดที่วางจำหน่ายเพื่อการบริโภค จำเป็นต้องผ่านการพิจารณาตรวจสอบคุณภาพ ความปลอดภัย ปริมาณสารสำคัญ และความสะอาดจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เสียก่อน การมี เลขสารบบอาหาร 13 หลัก จึงเปรียบเสมือนใบเบิกทางทางกฎหมาย ที่ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ฉบับนั้นผ่านการตรวจสอบโลหะหนัก จุลินทรีย์ก่อโรค และความปลอดภัยในกระบวนการผลิตมาแล้วอย่างเข้มงวด
การละเลยไม่ตรวจสอบเลข อย. อาจทำให้คุณเสี่ยงต่อการได้รับผลิตภัณฑ์ปลอม สินค้าหมดอายุที่นำมาเปลี่ยนฉลากใหม่ หรือสินค้าที่มีการผสมสารอันตรายต้องห้าม (เช่น สารยرับยั้งความอยากอาหารหรือสเตียรอยด์แฝง) ซึ่งสร้างความเสียหายต่อสุขภาพในระยะยาวอย่างประเมินค่าไม่ได้
"ผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณรักษาโรคหรือผิวขาวใสในชั่วข้ามคืน ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกครั้งควรตรวจดูเลขสารบบอาหาร 13 หลัก และเช็กสถานะผ่านช่องทางทางการของ อย. เพื่อความปลอดภัยสูงสุด"
เช็กอย่างไรให้ชัวร์? 3 ขั้นตอนง่ายๆ ในการตรวจสอบความถูกต้องผ่านระบบ อย.
การตรวจสอบเลขสารบบอาหาร 13 หลัก ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขได้เปิดให้บริการระบบสืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ที่ประชาชนทุกคนสามารถใช้งานได้ฟรีผ่านสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ โดยมีขั้นตอนการตรวจสอบที่ถูกต้อง ดังนี้ :
ขั้นตอนที่ 1 : สังเกตและจดบันทึกเลข 13 หลักบนกล่อง
มองหาเครื่องหมาย อย. พร้อมกรอบตัวเลข 13 หลักที่ระบุอยู่บริเวณด้านหลังหรือด้านข้างกล่องผลิตภัณฑ์คอลลาเจน โดยเลข 13 หลักนี้จะแบ่งออกเป็นชุดตัวเลขที่บอกถึงจังหวัดที่ตั้งของสถานที่ผลิต ประเภทของใบอนุญาต และลำดับที่ของการขึ้นทะเบียน
ขั้นตอนที่ 2 : เข้าสู่ระบบสืบค้นข้อมูลทางการของ อย.
เปิดเว็บไซต์ทางการของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (oryor.com) หรือแอปพลิเคชัน "Oryor Smart App" จากนั้นเลือกเมนู "ตรวจสอบผลิตภัณฑ์" หรือระบบสืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์อาหาร
ขั้นตอนที่ 3 : กรอกข้อมูลและตรวจสอบความตรงกัน 100%
พิมพ์ตัวเลข 13 หลักลงในช่องค้นหา แล้วกดปุ่มตรวจสอบ ระบบจะแสดงข้อมูลรายละเอียดผลิตภัณฑ์ขึ้นมา ซึ่งคุณต้องนำไปเทียบเคียงกับกล่องจริงอย่างละเอียดว่าถูกต้องตรงกันทุกประการหรือไม่
กับดักที่หลายคนมองข้าม : ทำไมสถานะใบอนุญาตในระบบจึงต้องแสดงคำว่า “คงอยู่” เท่านั้น?
สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้บริโภืกส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดคือ เมื่อพิมพ์เลข 13 หลักแล้วเจอข้อมูลปรากฏขึ้นมา ก็คิดว่าปลอดภัยและสามารถซื้อได้ทันที แต่นี่คือจุดอันตรายที่มักทำให้คนตกเป็นเหยื่อ! เพราะสิ่งที่คุณต้องตรวจสอบต่อจากชื่อผลิตภัณฑ์คือ "สถานะของใบอนุญาต (License Status)" ในระบบฐานข้อมูลของ อย.
เมื่อระบบแสดงผลข้อมูลผลิตภัณฑ์ออกมา จะมีช่องระบุสถานะทางกฎหมาย ซึ่งอาจปรากฏสถานะในรูปแบบต่างๆ เช่น :
• สถานะ “คงอยู่” (Active) : หมายถึง ใบอนุญาตยังคงมีผลสมบูรณ์ ผลิตภัณฑ์ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และสามารถจำหน่ายได้ตามกฎหมาย
• สถานะ “ถูกยกเลิก / เพิกถอน / พักใช้” : หมายถึง ใบอนุญาตสิ้นสุดลงแล้ว อาจเนื่องมาจากตรวจพบสารปนเปื้อน ผลิตภัณฑ์ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน หรือผู้ประกอบการกระทำความผิดทางกฎหมาย
หากคุณพบว่าเลข อย. บนกล่องสินค้าแสดงสถานะ ถูกยกเลิก หรือ ไม่พบข้อมูล แปลว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก ห้ามรับประทานเด็ดขาด เพราะอาจเป็นสินค้าปลอมแปลงหรือสินค้าที่ถูกสั่งห้ามจำหน่ายโดยกระทรวงสาธารณสุข
| สถานะในระบบ อย. | ความหมายทางกฎหมาย | คำแนะนำสำหรับผู้บริโภค |
|---|---|---|
| คงอยู่ (Active) | ใบอนุญาตสมบูรณ์ ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ | ✅ ปลอดภัย สามารถเลือกซื้อและบริโภคได้ |
| พักใช้ / ถูกยกเลิก | ใบอนุญาตถูกระงับชั่วคราวหรือถาวร เนื่องจากการปนเปื้อนหรือผิดกฎหมาย | ❌ อันตราย ห้ามซื้อและห้ามทานเด็ดขาด |
| ไม่พบข้อมูล / เลขปลอม | ไม่มีการขึ้นทะเบียนจริงในระบบ อาจเป็นสินค้าเถื่อนหรือสวมเลข อย. ผู้อื่น | ⚠️ แจ้งเบาะแสและหลีกเลี่ยงทันที |
รายละเอียดต้องตรงเป๊ะ : ตรวจสอบชื่อผลิตภัณฑ์และชื่อผู้ผลิตให้สอดคล้อง 100%
นอกจากการตรวจสอบสถานะ "คงอยู่" แล้ว อีกหนึ่งจุดสังเกตที่มักถูกมิจฉาชีพนำมาใช้หลอกลวงผู้บริโภคคือ "การสวมเลข อย." หรือการนำเลขสารบบอาหารของผลิตภัณฑ์อื่น (เช่น เลขของกาแฟลดน้ำหนักหรือยาสสมุนไพร) มาพิมพ์แปะทับลงบนกล่องคอลลาเจนปลอม เพื่อตบตาผู้ซื้อให้หลงเชื่อว่าถูกต้องตามกฎหมาย
เพื่อป้องกันกับดักนี้ ทุกครั้งที่คุณสืบค้นเลข 13 หลักในระบบ อย. คุณต้องตรวจสอบรายละเอียด 3 ข้อสำคัญให้ตรงกับหน้ากล่องจริงทุกประการ :
1. ชื่อทางการค้าของผลิตภัณฑ์ : ชื่อแบรนด์และชื่อผลิตภัณฑ์ภาษาไทย/อังกฤษต้องตรงกับที่จดทะเบียน
2. ชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า : ชื่อบริษัทผู้ผลิตต้องระบุชัดเจนตรงกับโรงงานที่ได้รับอนุญาตในระบบ
3. ประเภทของอาหาร : ต้องระบุว่าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary Supplement Product) อย่างชัดเจน
ผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศตามกฎหมายต้องมีฉลากภาษาไทยระบุส่วนประกอบ วิธีรับประทาน และเลข อย. กำกับไว้อย่างถาวร ห้ามมีเพียงสติกเกอร์แปะทับลวกๆ
โรงงานผู้ผลิตควรมีตัวตนจริง สามารถค้นหาข้อมูลตั้งของโรงงานได้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในกระบวนการผลิตระดับสากล