✨ รู้ลึกเรื่องคอลลาเจนและวิธีอ่านฉลากโภชนาการ อ้างอิงงานวิจัยระดับสากล
🔬 100% VERIFIED SCIENTIFIC EVIDENCE

คลังงานวิจัยและการทดสอบทางคลินิก :
เจาะลึกวิทยาศาสตร์คอลลาเจน อ้างอิงสถาบันการแพทย์ระดับสากล

รวบรวมรายงานการทดลองทางคลินิกแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (Human RCTs) ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ชั้นนำของโลก พร้อมปุ่มลิงก์ตรงไปยังฐานข้อมูลวิจัยกลางสากล (PubMed / NIH) เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ 100%

PubMed เชื่อมโยงฐานข้อมูลการแพทย์สากล
Double-Blind มาตรฐานการทดลองทางคลินิกในมนุษย์
~200 Da ขนาดโมเลกุล Dipeptide ดูดซึมตรง
0% ปราศจากงานวิจัยที่ไม่มีแหล่งอ้างอิง
INTERACTIVE MOLECULAR SIMULATOR

ทดลองเปรียบเทียบ : ทำไมขนาดโมเลกุลถึงตัดสินการดูดซึม?

คลิกเลือกชนิดของคอลลาเจนด้านล่าง เพื่อดูความแตกต่างของขนาดดาลตันและเส้นทางการดูดซึมในร่างกาย

ขนาดโมเลกุลเฉลี่ย ~200 Dalton
ช่องทางการดูดซึมในร่างกาย ผ่านทาง PEPT-1 Transporter โดยตรง
ประสิทธิภาพการนำไปใช้ของเซลล์ สูงมาก (ตรวจพบในเลือดเป็นสัญญาณสั่งสร้างเซลล์)
อัตราความรวดเร็วในการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด : 95% (ดูดซึมรวดเร็วสูงสุด)
🔬 คำอธิบายทางชีววิทยา : โมเลกุลมีขนาดเล็กมากระดับคู่อะมิโน (Pro-Hyp และ Hyp-Gly) ร่างกายไม่ต้องพึ่งพาน้ำย่อยในกระเพาะเพื่อตัดซ้ำ สามารถส่งผ่านช่องลำเลียงเปปไทด์ PEPT-1 เข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง และคงรูปเพื่อทำหน้าที่เป็น Signaling Molecule กระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจนและไฮยาลูรอนใหม่
VERIFIED CLINICAL STUDIES

รายงานการศึกษาทางคลินิกและงานวิจัยทางการแพทย์

เลือกกรองตามหมวดหมู่ที่คุณสนใจ ทุกรายการมีปุ่มเปิดอ่านเอกสารวิชาการต้นฉบับได้จริง

🏛️ University of Kiel (เยอรมนี) Double-Blind, Placebo-Controlled

งานวิจัยการเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวและความชุ่มชื้นในผู้หญิง (Human Trial)

การศึกษาในผู้หญิงอายุ 35–55 ปี จำนวน 69 คน พบว่าการรับประทานคอลลาเจนเปปไทด์ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนัง (Skin Elasticity) ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มยาหลอก และพบว่าความชุ่มชื้นของผิวยังคงอยู่ต่อเนื่องแม้หยุดรับประทานไปแล้ว 4 สัปดาห์

เครดิตผู้วิจัยและสถาบัน : Proksch, E., Segger, D., Degwert, J., Schunck, M., Zague, V., & Oesser, S. ภาควิชาตจวิทยา (Dermatology) มหาวิทยาลัยคีล ประเทศเยอรมนี (University of Kiel) วารสาร: Skin Pharmacology and Physiology (2014) • DOI: 10.1159/000351376
🏛️ CRI & University of Kiel (เยอรมนี) Double-Blind RCT (114 คน)

งานวิจัยลดเลือนริ้วรอยรอบดวงตาและการกระตุ้นสร้าง Pro-Collagen Type I ถึง 65%

การทดลองในผู้หญิงอายุ 45–65 ปี จำนวน 114 คน ยืนยันว่าการรับประทานคอลลาเจนเปปไทด์ต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ ช่วยลดปริมาณริ้วรอยรอบดวงตา (Eye Wrinkle Volume) ได้เฉลี่ยถึง 20% และกระตุ้นการสังเคราะห์ Pro-collagen Type I เพิ่มขึ้น 65% รวมถึงสาร Elastin เพิ่มขึ้น 18% ใต้ชั้นผิว

เครดิตผู้วิจัยและสถาบัน : Proksch, E., Schunck, M., Zague, V., Segger, D., Degwert, J., & Oesser, S. สถาบันวิจัยคอลลาเจน (Collagen Research Institute) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยคีล วารสาร: Skin Pharmacology and Physiology (2014) • DOI: 10.1159/000355523
🏛️ University of Passo Fundo (บราซิล) Clinical Evaluation Study

งานวิจัยฟื้นฟูปัญหาเล็บเปราะบาง ฉีกหักง่าย และเพิ่มอัตราการงอกของเล็บ 12%

การศึกษาทางคลินิกในผู้ที่มีปัญหาเล็บเปราะ (Brittle Nail Syndrome) พบว่าหลังรับประทานเปปไทด์ต่อเนื่อง อัตราการงอกของเล็บเพิ่มขึ้น 12% ความถี่ของอาการเล็บหักฉีกลดลงถึง 42% โดย 88% ของผู้เข้าร่วมทดลองพึงพอใจกับความแข็งแรงและความเรียบเนียนของผิวเล็บอย่างชัดเจน

เครดิตผู้วิจัยและสถาบัน : Hexsel, D., Zague, V., Schunck, M., Siega, C., Camozzato, F. O., & Oesser, S. ศูนย์การศึกษาทางตจวิทยาแห่งบราซิล (BCD) และ มหาวิทยาลัย Passo Fundo วารสาร: Journal of Cosmetic Dermatology (2017) • DOI: 10.1111/jocd.12393
🏛️ University of California Davis (สหรัฐฯ) Multicenter Double-Blind RCT

งานวิจัย Undenatured Type II Collagen (UC-II) ฟื้นฟูอาการฝืดตึงและปวดข้อเข่า

การวิจัยทางคลินิกแบบสุ่มในผู้ที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่ได้รับ UC-II กับกลุ่มที่ได้รับ Glucosamine + Chondroitin ผลการทดลองชี้ชัดว่า UC-II ช่วยลดคะแนนความปวดและความฝืดตึงของข้อ (WOMAC Score) ได้ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

เครดิตผู้วิจัยและสถาบัน : Lugo, J. P., Saiyed, Z. M., & Lane, N. E. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส (UC Davis Health) วารสาร: Nutrition Journal (2016) • DOI: 10.1186/s12937-016-0130-8
🏛️ University of Freiburg (เยอรมนี) Long-term RCT (131 คน, 12 เดือน)

งานวิจัยเพิ่มความหนาแน่นมวลกระดูก (BMD) ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน

การศึกษาแบบสุ่มระยะยาว 12 เดือนในสตรีวัยหมดประจำเดือนที่มีภาวะกระดูกบาง/กระดูกพรุน พบว่ากลุ่มที่ได้รับคอลลาเจนเปปไทด์มีค่าความหนาแน่นแร่ธาตุในกระดูก (Bone Mineral Density) บริเวณกระดูกสันหลังและคอกระดูกต้นขาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เครดิตผู้วิจัยและสถาบัน : König, D., Oesser, S., Scharla, S., Zdzieblik, D., & Gollhofer, A. ภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการแพทย์ มหาวิทยาลัยไฟรบวร์ก ประเทศเยอรมนี วารสาร: Nutrients (2018) • DOI: 10.3390/nu10010097
🏛️ Kyoto University (ญี่ปุ่น) Pharmacokinetics Human Study

งานวิจัยค้นพบคู่อะมิโน Dipeptide (Pro-Hyp) ในพลาสมาเลือดมนุษย์จริง

งานวิจัยบุกเบิกที่พิสูจน์ได้ว่า คอลลาเจนเปปไทด์ไม่ได้ถูกย่อยสลายเป็นกรดอะมิโนเดี่ยวทั้งหมด แต่สามารถถูกดูดซึมในรูปของคู่อะมิโนไดเปปไทด์ (Pro-Hyp) ผ่านช่อง PEPT-1 เข้าสู่กระแสเลือดมนุษย์ได้โดยตรง และคงตัวอยู่ได้นานเพื่อทำหน้าที่ส่งสัญญาณกระตุ้นเซลล์

เครดิตผู้วิจัยและสถาบัน : Iwai, K., Hasegawa, T., Taguchi, Y., Morimatsu, F., Sato, K., et al. บัณฑิตวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น (Kyoto University) วารสาร: Journal of Agricultural and Food Chemistry (2005) • DOI: 10.1021/jf050206p

นำงานวิจัยเหล่านี้ไปใช้อย่างไรในชีวิตจริง?

เราได้นำผลการศึกษาและหลักฐานทางคลินิกทั้งหมดนี้ มาย่อยเป็นคู่มือการเลือกซื้อและวิธีกินที่เข้าใจง่ายในคลังบทความ

Scroll to Top