✨ รู้ลึกเรื่องคอลลาเจนและวิธีอ่านฉลากโภชนาการ อ้างอิงงานวิจัยระดับสากล

รีวิว สวิสเซ คอลลาเจน + เกรปซีด (SWISSE Collagen + Grape Seed) : วิเคราะห์สูตรคอลลาเจนแบบเม็ดจากออสเตรเลีย ผสานสารสกัดเมล็ดองุ่นและวิตามิน C, E, B3 ดีไหม?

สำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบและไม่สะดวกชงคอลลาเจนแบบผงดื่มในทุกวัน สวิสเซ คอลลาเจน + เกรปซีด (SWISSE Collagen + Grape Seed) จากประเทศออสเตรเลีย ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรูปแบบเม็ด (Tablet) ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นของสูตรนี้คือการผสาน ไฮโดรไลซ์คอลลาเจนเปปไทด์ ชนิดที่ 1 และ 3 (Type I & III) เข้ากับสารต้านอนุมูลอิสระเข้มข้นอย่างสารสกัดจากเมล็ดองุ่น วิตามิน C, วิตามิน E และไนอะซินาไมด์ (วิตามิน B3) บทความนี้กองบรรณาธิการจะพาไปวิเคราะห์เจาะลึกตามหลักโภชนเภสัชศาสตร์ว่าโครงสร้างสูตรนี้ทำงานอย่างไร และเหมาะกับสภาพผิวแบบไหนค่ะ

เรียบเรียงและวิเคราะห์ข้อมูลโดย : กองบรรณาธิการ Guru Collagen อ้างอิงตามเกณฑ์โภชนเภสัชศาสตร์ ข้อมูลฉลากโภชนาการ และงานวิจัยทางคลินิก
อัปเดตล่าสุด 2026
Key Takeaways : สรุปจุดเด่นของ SWISSE Collagen + Grape Seed ใน 1 นาที
  • ✓
    คอลลาเจนเปปไทด์ Type I & III สำหรับชั้นผิวโดยเฉพาะ : เลือกใช้ ไฮโดรไลซ์คอลลาเจนเปปไทด์ ชนิดที่ 1 และ 3 ซึ่งเป็นคอลลาเจนชนิดหลักที่เป็นองค์ประกอบของชั้นผิวหนังแท้ ช่วยเสริมความยืดหยุ่นและความเรียบเนียน
  • ✓
    ผสานสารสกัดเมล็ดองุ่นเข้มข้น (Grape Seed Extract) : อุดมด้วยสาร Proanthocyanidins ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระจากแสงแดดและมลภาวะ ลดการเสื่อมสลายของเส้นใยคอลลาเจนใต้ชั้นผิว
  • ✓
    เสริมวิตามินบำรุงผิวครบวงจร (Vit C, E & Niacinamide) : มีวิตามินซีช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ วิตามินอีช่วยปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ และไนอะซินาไมด์ (วิตามิน B3) ช่วยดูแลเกราะป้องกันผิวในรูปแบบเม็ดพกพาสะดวก
ผลิตภัณฑ์ สวิสเซ คอลลาเจน + เกรปซีด SWISSE Collagen + Grape Seed
สวิสเซ คอลลาเจน + เกรปซีด (SWISSE Collagen + Grape Seed) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนเปปไทด์ชนิดเม็ดผสานสารสกัดเมล็ดองุ่นและวิตามินบำรุงผิวจากออสเตรเลีย
ส่วนที่ 1 • มาตรฐานการผลิตและแนวคิดของสูตร (Australian Quality & Formulation Concept)

ทำไม SWISSE จากออสเตรเลียจึงออกแบบสูตรคอลลาเจนคู่กับสารสกัดเมล็ดองุ่น?

เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเกณฑ์การกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพและโภชนเภสัชภัณฑ์ที่เข้มงวดในระดับสากล แบรนด์ สวิสเซ (SWISSE) เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในด้านการพัฒนาสูตรวิตามินแบบผสมผสาน (Multi-Nutrient Complex) ที่เน้นการคัดสรรสารสกัดจากธรรมชาติมารวมกับวิตามินพื้นฐาน เพื่อตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการดูแลสุขภาพแบบประหยัดเวลา

แนวคิดหลักเบื้องหลังการพัฒนา SWISSE Collagen + Grape Seed เกิดจากความเข้าใจในกลไกการเสื่อมสภาพของผิวพรรณตามวัยและสิ่งแวดล้อม (Intrinsic & Extrinsic Skin Aging) กล่าวคือ การที่ผิวของคนเราเริ่มขาดความยืดหยุ่นและดูหมองคล้ำลง ไม่ได้เกิดจากการที่ร่างกายผลิตคอลลาเจนลดลงเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสาเหตุสำคัญมาจาก “อนุมูลอิสระ (Free Radicals)” ที่เกิดจากรังสียูวีในแสงแดด ความเครียด และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งเข้าไปกระตุ้นเอนไซม์ Matrix Metalloproteinases (MMPs) ให้เร่งทำลายเส้นใยคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้แตกหักเร็วขึ้น

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรูปแบบเม็ดที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทำงานยุคใหม่
คอลลาเจนรูปแบบเม็ด (Tablet) ช่วยเพิ่มความสะดวกในการพกพาและรับประทานระหว่างวัน ตอบโจทย์ผู้ที่ไม่สะดวกชงดื่มคอลลาเจนแบบผง

ด้วยเหตุนี้ แทนที่จะบรรจุเฉพาะโปรตีนคอลลาเจนเพียงอย่างเดียว สูตรนี้จึงถูกออกแบบให้ทำหน้าที่แบบ Dual-Action (เติมเต็มและปกป้องพร้อมกัน) คือใช้ ไฮโดรไลซ์คอลลาเจนเปปไทด์ เป็นสารตั้งต้นในการเสริมสร้างโครงสร้างชั้นผิว ร่วมกับ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract) วิตามิน C, วิตามิน E และไนอะซินาไมด์ เพื่อทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการสลายตัวของคอลลาเจนที่มีอยู่เดิมและฟื้นบำรุงผิวที่หมองคล้ำให้กลับมาแลดูสดใสขึ้น

นอกจากนี้ การอัดเม็ดในรูปแบบ Tablet ยังช่วยให้ผู้ที่ไวต่อกลิ่นของมารีนคอลลาเจน หรือผู้ที่ต้องเดินทางและทำงานนอกบ้านเป็นประจำ สามารถพกพาไปรับประทานพร้อมมื้ออาหารได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องเตรียมแก้วชงหรือกังวลเรื่องรสชาติค่ะ

การดูแลความยืดหยุ่นและความเรียบเนียนของชั้นผิวหนังแท้ด้วยคอลลาเจนเปปไทด์
การฟื้นบำรุงโครงสร้างชั้นผิวหนังแท้ด้วยไฮโดรไลซ์คอลลาเจนเปปไทด์ ชนิดที่ 1 และ 3 เพื่อคงความยืดหยุ่นและความเรียบเนียนของผิวพรรณ
ส่วนที่ 2 • กลไกการทำงานของคอลลาเจนเปปไทด์ (Collagen Peptides Type I & III Mechanism)

เจาะลึกบทบาทของ Hydrolyzed Collagen Peptides Type I & III ต่อโครงสร้างผิวหนังแท้

ในโครงสร้างชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ของมนุษย์ ประกอบด้วยเส้นใยคอลลาเจนถึงประมาณ 75–80% ของน้ำหนักผิวแห้ง โดยชนิดของคอลลาเจนที่ทำหน้าที่เป็นโครงข่ายหลักของผิวหนังคือ คอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen Type I) ซึ่งให้ความแข็งแรงตึงกระชับ และ คอลลาเจนชนิดที่ 3 (Collagen Type III) ซึ่งให้ความยืดหยุ่นและเนียนนุ่ม (พบมากในผิวของวัยเยาว์) การที่ SWISSE Collagen + Grape Seed เลือกใช้ ไฮโดรไลซ์คอลลาเจนเปปไทด์ ชนิดที่ 1 และ 3 จึงเป็นการเลือกชนิดของคอลลาเจนที่ตรงกับความต้องการของชั้นผิวโดยเฉพาะ

กระบวนการ Hydrolysis (ไฮโดรไลซิส) คือการนำโมเลกุลคอลลาเจนสายยาวที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง มาผ่านการย่อยด้วยเอนไซม์จนแตกตัวออกเป็นสายเปปไทด์ขนาดเล็ก (Collagen Peptides) ซึ่งมีกรดอะมิโนสำคัญอย่าง ไกลซีน (Glycine), โพรลีน (Proline) และไฮดรอกซีโพรลีน (Hydroxyproline) ในสัดส่วนที่เข้มข้น เมื่อรับประทานเข้าสู่ร่างกายพร้อมมื้ออาหาร เม็ดยาจะแตกตัวในกระเพาะอาหารและปล่อยเปปไทด์เหล่านี้ให้ดูดซึมผ่านลำไส้เล็กเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการซ่อมแซมโครงข่ายผิวพรรณ เส้นผม และเล็บค่ะ

ผิวพรรณที่ชุ่มชื้นและยืดหยุ่นจากการเสริมคอลลาเจนเปปไทด์ควบคู่กับวิตามินบำรุงผิว
คอลลาเจนเปปไทด์ Type I & III ทำงานร่วมกับวิตามินซีเพื่อช่วยเสริมความหนาแน่นของเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว
01

การแตกตัวและดูดซึมกรดอะมิโนสายสั้น (Peptide Breakdown & Absorption)

เมื่อรับประทานเม็ดผลิตภัณฑ์ระหว่างหรือหลังอาหาร ไฮโดรไลซ์คอลลาเจนเปปไทด์ Type I & III จะแตกตัวและถูกลำเลียงผ่านผนังลำไส้เล็กเข้าสู่กระแสเลือดในรูปของเปปไทด์สายสั้นและกรดอะมิโนอิสระ

02

การกระตุ้นการสังเคราะห์เส้นใยคอลลาเจนด้วยวิตามินซี (Collagen Synthesis)

วิตามินซี (Ascorbic Acid) ในสูตรจะทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์สำคัญที่ช่วยให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์นำกรดอะมิโนโพรลีนและไลซีนไปถักทอเป็นเส้นใยโปรคอลลาเจน (Procollagen) ที่แข็งแรงและสมบูรณ์

03

การปกป้องเส้นใยคอลลาเจนด้วยสารสกัดเมล็ดองุ่นและวิตามินอี (Antioxidant Defense)

สาร Proanthocyanidins จากเมล็ดองุ่นและวิตามินอี จะช่วยดักจับอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสียูวีและมลภาวะ ลดการทำลายโครงข่ายคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว พร้อมดูแลปัญหาผิวหมองคล้ำ

04

การเสริมเกราะป้องกันผิวด้วยไนอะซินาไมด์ (Skin Barrier Support)

ไนอะซินาไมด์ (วิตามิน B3) เข้าไปมีส่วนช่วยคงสภาพปกติของผิวหนัง สนับสนุนการสร้างเซราไมด์ตามธรรมชาติในชั้นหนังกำพร้า ช่วยให้ผิวเก็บกักความชุ่มชื้นได้ดีขึ้นและแลดูเรียบเนียน

สารสกัดจากเมล็ดองุ่นธรรมชาติแหล่งรวมสารต้านอนุมูลอิสระ Proanthocyanidins
สารสกัดจากเมล็ดองุ่นเข้มข้น (Grape Seed Extract) แหล่งของสาร Oligomeric Proanthocyanidins (OPCs) ที่ทำงานเสริมฤทธิ์กับคอลลาเจนและวิตามินซี
ส่วนที่ 3 • เจาะลึกสารสกัดเสริมฤทธิ์ (Grape Seed & Vitamin Complex Synergy)

วิเคราะห์ความโดดเด่นของ Grape Seed Extract, วิตามิน C, E และ Niacinamide ในเม็ดเดียว

สิ่งที่ทำให้ SWISSE Collagen + Grape Seed แตกต่างจากคอลลาเจนชนิดเม็ดทั่วไปในท้องตลาด คือการใส่สารอาหารกลุ่ม Antioxidant & Skin Brightening Complex เข้ามาในปริมาณที่มีนัยสำคัญทางโภชนาการ โดยเฉพาะนางเอกของสูตรอย่าง สารสกัดจากเมล็ดองุ่นเข้มข้น (Grape Seed Extract) ซึ่งเทียบเท่ากับเมล็ดองุ่นแห้งในสัดส่วนที่สูง

ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์และผิวพรรณ สารสำคัญในเมล็ดองุ่นคือ โอลิโกเมอริก โปรแอนโทไซยานิดิน (Oligomeric Proanthocyanidins หรือ OPCs) ซึ่งเป็นสารกลุ่มโพลีฟีนอลที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีและวิตามินอีทั่วไปหลายเท่าตัว ความพิเศษของสาร OPCs คือมีความสามารถในการจับตัวกับเส้นใยคอลลาเจนได้ดี จึงช่วยเสริมความแข็งแรงของหลอดเลือดฝอยที่ไปหล่อเลี้ยงเซลล์ผิว ลดการเสื่อมสลายของคอลลาเจนจากแสงแดด (Photoaging) และช่วยให้สีผิวที่หมองคล้ำไม่สม่ำเสมอแลดูกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

วิตามินซีและวิตามินอีธรรมชาติที่ทำงานร่วมกับสารสกัดเมล็ดองุ่นเพื่อดูแลผิว
การทำงานร่วมกันระหว่างวิตามินซี วิตามินอี และสารสกัดเมล็ดองุ่น ช่วยสร้างเครือข่ายต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant Network) ที่สมบูรณ์ให้กับชั้นผิว

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสารสกัดเมล็ดองุ่นทำงานร่วมกับ วิตามินซี (Vitamin C) และ วิตามินอี (Vitamin E) จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Antioxidant Recycling คือสารสกัดเมล็ดองุ่นและวิตามินซีจะช่วยฟื้นฟูวิตามินอีที่ถูกใช้ในการดักจับอนุมูลอิสระไปแล้วให้กลับมาทำงานได้อีกครั้ง เสริมด้วย ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide / Vitamin B3) ที่ช่วยลดการสูญเสียน้ำออกจากผิวและดูแลสมดุลผิวจากภายในค่ะ

FORMULA BREAKDOWN

สรุปหน้าที่การทำงานของสารสำคัญทั้ง 4 กลุ่มใน SWISSE Collagen + Grape Seed

1. Hydrolyzed Collagen Peptides Type I & III

ทำหน้าที่เป็นแหล่งกรดอะมิโนตั้งต้นสำหรับโครงสร้างชั้นผิวหนังแท้ ช่วยเสริมความยืดหยุ่น ความเรียบเนียน และความชุ่มชื้นของผิวพรรณ รวมถึงดูแลความแข็งแรงของเล็บ

2. สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract)

ให้สารสำคัญกลุ่ม Proanthocyanidins (OPCs) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องเส้นใยคอลลาเจนจากการถูกทำลายโดยรังสียูวี และดูแลปัญหาผิวหมองคล้ำให้แลดูสดใสขึ้น

3. วิตามินซี และ วิตามินอี (Vitamin C & E)

วิตามินซีมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างคอลลาเจนเพื่อการทำงานตามปกติของผิวหนัง ส่วนวิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในไขมัน ช่วยปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ผิวจากความเสื่อม

4. ไนอะซินาไมด์ (Nicotinamide / Vitamin B3)

วิตามินบี 3 ที่มีส่วนช่วยคงสภาพปกติของผิวหนังและเยื่อบุต่างๆ สนับสนุนการทำงานของเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้แข็งแรงและกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี

บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ : โครงสร้างสูตรของ SWISSE รุ่นนี้มีความชัดเจนในกลุ่ม Beauty & Antioxidant Supplement คือไม่ได้เน้นปริมาณมิลลิกรัมของคอลลาเจนสูงเท่าแบบผงชงดื่ม แต่ชดเชยด้วยการใส่สารสกัดเมล็ดองุ่นและวิตามิน C, E, B3 ที่ครบถ้วน จึงเหมาะมากกับผู้ที่เน้นดูแลเรื่องผิวกระจ่างใสและต้านอนุมูลอิสระในขั้นตอนเดียวค่ะ
การรับประทานวิตามินและคอลลาเจนชนิดเม็ดพร้อมน้ำสะอาดหลังมื้ออาหาร
การรับประทานคอลลาเจนชนิดเม็ดที่มีส่วนผสมของวิตามินอีและสารสกัดเข้มข้น แนะนำให้รับประทานระหว่างหรือหลังมื้ออาหารทันทีเพื่อการดูดซึมที่ดีที่สุด
ส่วนที่ 4 • วิเคราะห์รูปแบบเม็ดและตารางข้อมูลจำเพาะ (Tablet Format & Specifications)

ข้อดีและข้อสังเกตของคอลลาเจนแบบเม็ด (Tablet) ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ

ในการเลือกซื้อคอลลาเจนรูปแบบเม็ดตอก (Tablet) อย่าง SWISSE Collagen + Grape Seed มีรายละเอียดด้านเภสัชกรรมและโภชนาการที่ผู้บริโภคควรทำความเข้าใจเพื่อให้รับประทานได้อย่างคุ้มค่าที่สุดค่ะ ข้อดีอันดับแรกคือ ความเสถียรของสารสำคัญและความสะดวก เนื่องจากสารสกัดเมล็ดองุ่นและวิตามินต่างๆ ถูกเคลือบและอัดไว้ในเม็ดอย่างมิดชิด จึงช่วยลดการสัมผัสกับความชื้นและออกซิเจนในอากาศ และไม่มีการเติมน้ำตาลทรายหรือสารให้ความหวานเหมือนคอลลาเจนผงแต่งกลิ่นผลไม้บางยี่ห้อ

อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตของคอลลาเจนรูปแบบเม็ดทุกแบรนด์คือ “ข้อจำกัดด้านขนาดบรรจุต่อเม็ด” โดยเม็ดยา 1 เม็ดจะสามารถบรรจุคอลลาเจนและสารสกัดรวมกันได้ในระดับหลักร้อยถึงหนึ่งพันมิลลิกรัมเท่านั้น ดังนั้น เพื่อให้ร่างกายได้รับปริมาณคอลลาเจนเปปไทด์และสารสกัดเมล็ดองุ่นในระดับที่เทียบเท่ากับการศึกษางานวิจัย ทางแบรนด์จึงกำหนดขนาดรับประทานมาตรฐานไว้ที่ วันละ 3 เม็ด ซึ่งผู้รับประทานควรดื่มน้ำสะอาดตามให้เพียงพอเพื่อให้เม็ดยาแตกตัวและละลายในระบบทางเดินอาหารได้อย่างสมบูรณ์ค่ะ

หัวข้อการประเมิน รายละเอียดของ สวิสเซ คอลลาเจน + เกรปซีด (SWISSE Collagen + Grape Seed)
ประเทศต้นกำเนิดแบรนด์ ประเทศออสเตรเลีย (Australia)
รูปแบบผลิตภัณฑ์ ชนิดเม็ดเคลือบ (Film-Coated Tablet) บรรจุในขวดพกพาสะดวก
ชนิดของคอลลาเจนในสูตร ไฮโดรไลซ์คอลลาเจนเปปไทด์ ชนิดที่ 1 และ 3 (Hydrolyzed Collagen Peptides Type I & III)
สารสกัดและวิตามินเสริมหลัก สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract), วิตามิน C, วิตามิน E และไนอะซินาไมด์ (วิตามิน B3)
ขนาดรับประทานที่แนะนำ รับประทานวันละ 3 เม็ด ระหว่างหรือหลังอาหารทันที
เป้าหมายการดูแลสุขภาพ เสริมความยืดหยุ่นของผิวพรรณ ต้านอนุมูลอิสระจากแสงแดด และดูแลผิวที่หมองคล้ำให้แลดูสดใส
ส่วนที่ 5 • คำแนะนำการรับประทานและบทสรุป (Usage Guide & Verdict)

SWISSE Collagen + Grape Seed เหมาะกับใครบ้าง? พร้อมวิธีทานให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ผลลัพธ์การดูแลผิวพรรณให้กระจ่างใสและชุ่มชื้นจากการบำรุงด้วยคอลลาเจนและสารสกัดเมล็ดองุ่น
การดูแลผิวจากภายในด้วยคอลลาเจนเปปไทด์ควบคู่กับสารสกัดเมล็ดองุ่นและวิตามิน C, E, B3 ช่วยให้ผิวแลดูสดใส เรียบเนียน และพร้อมรับมือกับมลภาวะในแต่ละวัน

จากการวิเคราะห์ส่วนประกอบและรูปแบบผลิตภัณฑ์ทั้งหมด กองบรรณาธิการสรุปได้ว่า สวิสเซ คอลลาเจน + เกรปซีด (SWISSE Collagen + Grape Seed) เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับกลุ่มผู้บริโภคต่อไปนี้ค่ะ:

1. ผู้ที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือต้องเผชิญแสงแดดและมลภาวะเป็นประจำ : ซึ่งต้องการพลังต้านอนุมูลอิสระจากสารสกัดเมล็ดองุ่น (OPCs) ร่วมกับวิตามิน C, E และ B3 เพื่อช่วยปกป้องเซลล์ผิวและฟื้นบำรุงผิวให้แลดูกระจ่างใส
2. ผู้ที่เน้นดูแลความยืดหยุ่นและความเรียบเนียนของผิวพรรณโดยเฉพาะ : ด้วยคอลลาเจนเปปไทด์ Type I & III ที่มุ่งตรงสู่โครงสร้างชั้นผิวหนังแท้
3. วัยทำงานหรือผู้ที่เดินทางบ่อยและไม่สะดวกชงคอลลาเจนแบบผง : ชื่นชอบความรวดเร็วในการรับประทานแบบเม็ด และต้องการหลีกเลี่ยงกลิ่นคาวปลาอย่างสิ้นเชิง
4. ผู้ที่ต้องการรวมวิตามินบำรุงผิวไว้ในขวดเดียว : โดยไม่ต้องซื้อสารสกัดเมล็ดองุ่นและวิตามินซีแยกกันหลายกระปุก

เทคนิคการรับประทานให้ร่างกายดูดซึมได้ดีที่สุด : แนะนำให้รับประทาน วันละ 3 เม็ด ระหว่างมื้ออาหารหรือหลังอาหารทันที (สามารถรับประทานครั้งละ 3 เม็ดหลังอาหารมื้อหลัก หรือแบ่งทานหลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น มื้อละ 1 เม็ดก็ได้เช่นกัน) เหตุผลที่ควรทานพร้อมมื้ออาหารเนื่องจากในสูตรมี วิตามินอี ซึ่งเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน การรับประทานพร้อมอาหารจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินอีและสารสกัดเข้มข้นได้ดียิ่งขึ้น และช่วยลดการระคายเคืองกระเพาะอาหารจากวิตามินซีและสารสกัดเมล็ดองุ่นในผู้ที่มีกระเพาะอาหารบอบบางค่ะ

📚 แหล่งข้อมูลและเอกสารอ้างอิง (Scientific References) :

  1. Proksch, E., et al. (2014) : Oral supplementation of specific collagen peptides has beneficial effects on human skin physiology: a double-blind, placebo-controlled study. Skin Pharmacology and Physiology, 27(1), 47-55.
  2. Yamakoshi, J., et al. (2004) : Oral intake of proanthocyanidin-rich extract from grape seeds improves chloasma. Phytotherapy Research, 18(11), 895-899.
  3. Pullar, J. M., Carr, A. C., & Vissers, M. C. (2017) : The Roles of Vitamin C in Skin Health. Nutrients, 9(8), 866.
  4. Gehring, W. (2004) : Nicotinic acid/niacinamide and the skin. Journal of Cosmetic Dermatology, 3(2), 88-93.
  5. Keen, M. A., & Hassan, I. (2016) : Vitamin E in dermatology. Indian Dermatology Online Journal, 7(4), 311-315.
Scroll to Top